น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ เพื่อสุขภาพ ความสุข และความงาม 
 
คุณภาพของน้ำมันมะพร้าวจากวิธีการผลิตแบบต่างๆ

 
สืบเนื่องมาจากน้ำมันมะพร้าวได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้บริโภคเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวว่าดีต่อสุขภาพ จึงมีความต้องการในตลาดมากขึ้น ผู้ผลิตน้ำมันมะพร้าวที่มีอยู่หลายวิธีการผลิต มีความต้องการเพิ่มยอดขายของตนเองจึงหันมาลดเครดิตผู้ผลิตรายอื่น ผลสุดท้ายการผลิตด้วยวิธีการหมัก ได้ตกเป็นเป้าโจมตี
 
บริษัทแนชเจอรัลมายด์ ขอชี้แจงความจริงของการผลิตด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าใจและได้รับข้อมูลที่ถูกต้องดังนี้
 
ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกน้ำมันมะพร้าวมากเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ก่อนผลิตด้วยวิธีดั้งเดิมคือ การหมักแบบพื้นบ้าน Traditional Fermentation Process โดยตั้งทิ้งไว้ ใช้เวลาประมาณ 48-60 ชั่วโมงเพื่อให้น้ำมันแยกตัว ผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านไม่มีโรงเรือนผลิตที่มิดชิด สถานที่ผลิตไม่ค่อยได้มาตราฐานการผลิตอาหาร ที่สำคัญ ระบบกรองและไล่ความชื้นยังไม่มีคุณภาพเพียงพอ
 
เมื่อมีความต้องการมากขึ้น นักธุรกิจจึงเข้ามาลงทุนสร้างโรงเรือนการผลิต และซื้อเครื่องจักรที่มีกำลังมอร์เตอร์สูงเข้ามาผลิตเพื่อให้ได้การผลิตที่รวดเร็วจำนวนมากและควบคุมคุณภาพในการผลิตได้ง่ายขึ้น พร้อมกับคำโฆษณาที่ว่า คุณภาพดีกว่าวิธีการหมัก แต่เมื่อนำไปตรวจสอบคุณภาพ ถึงผลของการรักษาสุขภาพและให้ประโยชน์กับร่างกายแล้ว ปรากฎว่าน้ำมันมะพร้าวที่ผลิตด้วยวิธีการหมัก มีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟีโนลิก (Phenolic Compounds) สูงกว่าการผลิตด้วยวิธีอื่นๆ (ข้อมูลจาก: สารฟินอล-น้ำมันมะพร้าวป้องกันโรคมะเร็งได้อย่างไร โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา - ตุลาคม 2551)
 
สารที่เป็นประโยชน์สูงที่ได้จากการหมักอีกชนิดหนึ่งคือเอนไซม์ ซึ่งทำหน้าที่
 
1. ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่ชีวิต หรือถ้าอันตรายเกิดขึ้นแล้ว ก็ป้องกันไม่ให้อันตรายนั้นลุกลามหรือร้ายแรงยิ่งขึ้น
2. ส่งเสริมหรือบำรุงให้ระบบต่างๆของชีวิต ทำงานได้ดีหรือง่ายขึ้น
 
น้ำเอนไซม์ หรือที่จริงแล้วก็คือน้ำหมักชีวภาพนั่นเอง ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง และใช้รับประทานเพื่อสุขภาพได้เป็นอย่างดี (น้ำ NONI ก็เป็นตัวอย่างน้ำหมักชีวภาพเพื่อสุขภาพชนิดหนึ่ง ที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก)
 
แต่เอนไซม์จะสูญเสียไปถ้าผ่าน สนามแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ได้จากมอเตอร์กำลังสูง ดังนั้นวิธีการผลิตที่ต้องใช้เครื่องจักรกำลังสูงเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นวิธีเหวี่ยงแยก จะมีโอกาสสูญเสียเอนไซม์ได้ง่าย ส่วนวิธีการหมักจะยังคงเอนไซม์ไว้ในน้ำมันได้อย่างครบถ้วน
 
การทำธุรกิจของแนชเจอรัลมายด์ มีพื้นฐานมาจากการเป็นผู้รักสุขภาพและศรัทธาในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ความเกี่ยวข้องกับน้ำมันมะพร้าวเริ่มจากการซื้อของที่มีอยู่แล้วในท้องตลาดมารับประทานเพื่อสุขภาพ แต่เมื่อใช้ไปประมาณครึ่งขวดพบกับปัญหาน้ำมันมะพร้าวเหม็นหืนและมีเยื่อโปรตีนตกตะกอนที่ก้นขวด แสดงให้เห็นว่าคุณภาพการผลิตยังไม่ดีพอ จึงทำให้สนใจหาน้ำมันมะพร้าวคุณภาพดีมารับประทาน และลองซื้อหลายๆ ยี่ห้อมาเปรียบเทียบพร้อมทั้งศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากต่างประเทศ
 
ข้อมูลที่สรุปได้คือ การผลิตโดยวิธีธรรมชาติที่คงคุณค่าและให้สารต้านอนุมูลอิสระที่ครบถ้วนมากที่สุด คือวิธีการหมัก แต่การหมักแบบพื้นบ้านยังมีข้อที่ต้องปรับปรุงอีกหลายอย่าง เราจึงพัฒนาในส่วนด้อยนั้นด้วยวิธี Modify Fermentation หรือการหมักแบบทันสมัย โดยจัดสภาพแวดล้อม(ห้องควบคุมอุณหภูมิ)ให้เหมาะสม ทำให้น้ำมันแยกตัวได้เร็ว จากเดิม 48-60 ชั่วโมง ก็ใช้เวลาเพียง 4-6 ชั่วโมง ขจัดความชื้นด้วยเครื่องสุญญากาศ และกรองสารปนเปื้อนด้วยเครื่องกรองจากประเทศอิตาลี เครื่องกรองชนิดนี้เป็นที่ยอมรับในมาตราฐานอุตสาหกรรมการทำ WINE อุตสาหกรรมยา และเครื่องสำอางคุณภาพ โดยใช้แผ่นกรอง Fiber ขนาด 3 Micron (สามารถกรองเชื้อโรคได้)
 
เนื่องจาก LAB ในประเทศยังมีข้อจำกัดของการตรวจเช็คน้ำมันอยู่ เราจึงต้องหาวิธีที่สามารถตรวจศักยภาพของธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเลือกการถ่ายรูปแสง AURA  ที่สถาบันพัฒนาพลังจิตของอาจารย์สถิตฐ์ธรรม เพ็ญสุขษ์  www.powerlifecenter.com
 
ออร่า (AURA) คือการถ่ายภาพพลังงานที่วัตถุปล่อยออกมาโดยใช้เทคนิคของเกอร์เลี่ยน ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับของนักวิทยาศาสตร์ในการศึกษาพลังของสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะพลังอำนาจของชีวิตเช่นใช้ในการตรวจโรค หรือคุณสมบัติบางประการของวัตถุหรือสสารโดยวิเคราะห์จากแถบสี (Spectrum) สีออร่าที่แผ่ออกจากวัตถุล้วนมีความหมายทั้งสิ้น เป็นการสื่อว่าวัตถุนั้นๆมีสภาพเป็นอย่างไร
 
การอ่านภาพแสงออร่าของน้ำมันมะพร้าวที่ผลิตด้วยวิธีการหมักแบบทันสมัย Modify Fermentation โดยอาจารย์สถิตฐ์ธรรม เพ็ญสุขษ์ ถ่ายเมื่อปี 2549 ใจความว่า  "พลังการบำบัดรักษา นุ่มนวลดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการดูแลสุขภาพร่างกาย"
 
ซึ่งต่างกับภาพถ่ายแสงออร่าของน้ำมันมะพร้าวที่ผลิตด้วยวิธีอื่น บางชนิดให้พลังงานแข็งเกินไป บางชนิดมีสารโลหะหนักตกค้าง และบางชนิดให้พลังงานไม่สมดุล
 
 
กลิ่นของน้ำมันมะพร้าว
 
น้ำมันธรรมชาติทุกชนิดมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวมันเองเช่น กลิ่นน้ำมันงา กลิ่นน้ำมันมะกอก แต่น้ำมันธรรมชาติเหล่านี้ไม่ได้รับการส่งเสริมให้ทานเปล่าๆโดยไม่ประกอบอาหาร ซึ่งต่างจากน้ำมันมะพร้าว ดังนั้นผู้บริโภคที่ยังไม่มีประสบการณ์ เมื่อรับประทานน้ำมันมะพร้าวแล้วได้กลิ่นน้ำมันมะพร้าวธรรมชาติจึงมักไม่คุ้นเคย รับประทานยาก ทำให้เป็นประเด็นและอุปสรรคในการขาย
 
ต่อมาผู้ผลิตน้ำมันมะพร้าวที่ขายอยู่ในท้องตลาดหลายยี่ห้อได้ผลิตน้ำมันมะพร้าวที่มีกลิ่นหอม (ด้วยการแต่งกลิ่นมะพร้าวน้ำหอม) ออกมาจำหน่ายโดยให้เหตุผลว่า เป็นการผลิตที่มีคุณภาพมากกว่าน้ำมันมะพร้าวที่ผลิตโดยการหมัก ทำให้ผู้บริโภคบางรายเกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากมีกลิ่นหอมทำให้รู้สึกว่ารับประทานง่ายกว่า
 
ข้อเท็จจริงก็คือ การทำน้ำมันมะพร้าวไม่ได้ทำมาจากมะพร้าวน้ำหอม และกลิ่นของน้ำมะพร้าวไม่สามารถถ่ายทอดลงไปที่น้ำมันได้ น้ำมันมะพร้าวผลิตมาจากน้ำกะทิ ซึ่งคงจะไม่มีใครเคยได้กลิ่นกะทิน้ำหอมเป็นแน่ ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำอาหารหรือขนมที่ใช้สารแต่งกลิ่นจะทราบได้ทันทีว่า เป็นกลิ่นน้ำหอมสังเคราะห์ที่ไว้ใช้ผสมในอาหารนั่นเอง จึงทำให้ดูขัดแย้งเรื่องสุขภาพอยู่ในตัว เนื่องจาก
 
1.
น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์บีบเย็น ได้รับศรัทธาจากผู้บริโภคว่าเป็นการผลิตที่ถนอมคุณค่าของธรรมชาติไว้มากที่สุด ซึ่งผู้บริโภคควรได้รับมาตราฐานนี้อย่างแท้จริง
2.
ส่วนประกอบที่ระบุที่ฉลากโภชนาการระบุว่า น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 100% สิ่งนี้เป็นจริงหรือไม่
3.
ความหมายของมาตราฐาน ORGANIC นั้นหมายถึงปราศจากสารเคมีทั้งสิ้น ตั้งแต่ดินที่เพาะปลูกไปจนถึงน้ำมันมะพร้าวที่บรรจุขวด การใส่น้ำหอมเคมีลงไป จะเป็นการนำส่งสินค้าที่ไม่ใช่ ORGANIC ที่แท้จริงให้กับผู้บริโภคหรือไม่
4.
เป็นการจงใจหรือส่งเสริมให้ผู้บริโภค เข้าใจในมาตราฐานคุณภาพของ Cold pressed VCO หรือน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์บีบเย็นอย่างผิดๆหรือไม่
 
ด้วยความปรารถนาดี
บจก.แนชเจอรัลมายด์
 

Copyright 2009 www.naturalmind.co.th All Rights Reserved L